<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DeepsnowS &#187; ฤกษ์ยาม</title>
	<atom:link href="http://www.deepsnows.com/tag/%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.deepsnows.com</link>
	<description>ยิ่งรู้อะไรมากขึ้นเรื่อยๆ กลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่ลงทุกทีๆ...</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Jun 2010 05:00:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ฤกษ์งามยามดี?</title>
		<link>http://www.deepsnows.com/thought/auspices.html</link>
		<comments>http://www.deepsnows.com/thought/auspices.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Dec 2009 04:59:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Deepsnows</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thought]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฤกษ์ยาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.deepsnows.com/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ            อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ        กึ กริสฺสนฺติ ตารกา. ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่,ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้ (โพธิสตฺต) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖. ข้างบนนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า บันทึกใว้ในพระไตรปิฎก ความหมายค่อนข้างชัดเจนในตัวอยู่แล้ว คือพระองค์ท่านทรงบอกว่า ถ้าคนทำดี มันก็ถือเป็นฤกษ์ดี  คนไปทำเรื่องชั่วๆ มันจะเป็นฤกษ์ดีได้อย่างไรกัน? ไม่เห็นต้องไปหาหมอดู ซินแส เข้าองค์ทรงเจ้า หรืออะไรทั้งนั้น ว่าจะทำนั่นทำนี่ จะมีฤกษ์ดีวันใหน เวลาเท่าใหร่ มันไม่ได้ช่วยอะไรหรอก ทำดีเมื่อใหร่มันก็เป็นฤกษ์ดีเมื่อนั้น แค่นั้นเอง ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนใว้ น่าสงสาร ที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา แต่พวกที่บอกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธกลับไม่เชื่อฟังคำสอนของพระองค์ หรือหนักไปกว่านั้นคือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพระองค์ทรงสอนอะไร ไปฟังคำพวกอวิชาทั้งหลาย ยังคงยอมที่จะโง่งมงาย จมปลัก ดักดาน กับอวิชาพวกนี้ แต่ก็ยังเรียกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธ ไม่ละอายตัวเองกันบ้างหรืออย่างไร&#8230; ข้างล่างนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ            อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา<br />
อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ        กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.<br />
ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่,ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้<br />
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.</p></blockquote>
<p>ข้างบนนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า บันทึกใว้ในพระไตรปิฎก ความหมายค่อนข้างชัดเจนในตัวอยู่แล้ว คือพระองค์ท่านทรงบอกว่า ถ้าคนทำดี มันก็ถือเป็นฤกษ์ดี  คนไปทำเรื่องชั่วๆ มันจะเป็นฤกษ์ดีได้อย่างไรกัน?<br />
ไม่เห็นต้องไปหาหมอดู ซินแส เข้าองค์ทรงเจ้า หรืออะไรทั้งนั้น ว่าจะทำนั่นทำนี่ จะมีฤกษ์ดีวันใหน เวลาเท่าใหร่ มันไม่ได้ช่วยอะไรหรอก ทำดีเมื่อใหร่มันก็เป็นฤกษ์ดีเมื่อนั้น แค่นั้นเอง ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนใว้<br />
น่าสงสาร ที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา แต่พวกที่บอกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธกลับไม่เชื่อฟังคำสอนของพระองค์ หรือหนักไปกว่านั้นคือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพระองค์ทรงสอนอะไร ไปฟังคำพวกอวิชาทั้งหลาย ยังคงยอมที่จะโง่งมงาย จมปลัก ดักดาน กับอวิชาพวกนี้ แต่ก็ยังเรียกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธ ไม่ละอายตัวเองกันบ้างหรืออย่างไร&#8230;<br />
ข้างล่างนี้ เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมโดยหลวงพ่อปัญญานันทะ ได้กล่าวใว้ ผมอ่านเจอในหนังสือของท่าน เลยขอยกมาแปะใว้ซะเลยแล้วกัน</p>
<blockquote><p>เราไม่ถือ ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าไม่ได้ยึดถือแบบนั้น  คือไม่ถือว่าฤกษ์นั้นดี ฤกษ์นั้นไม่ดี เราถือว่าทำดีเวลาใหน มันก็ดีเวลานั้น ทำชั่วเวลาใหน มันก็ชั่วเวลานั้น ดีชั่วมันอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่ฤกษ์ยาม</p>
<p><em>คนปัญญาอ่อนมัวไปนั่งดูดาวดูเดือนอยู่<br />
ประโยชน์มันก็เลยไปเสีย พ้นไปเสีย<br />
ประโยชน์มัเป็นฤกษ์อยู่ในตัวแล้ว&#8230;<br />
ดวงดาวในท้องฟ้าจะช่วยอะไรได้</em></p>
<p>บอกว่า มัวแต่ไปนั่งดูดาวดูเดือนอยู่ งานการมันไม่ได้ทำ ถ้าจะทำก็รอให้มันได้ฤกษ์อยู่ มันก็เสียเวลา เสียประโยชน์ไปเสียเปล่าๆ พระองค์บอกว่า ประโยชน์นั่นแหล่ะเป็นฤกษ์อยู่ในตัวเรา จะทำอะไรก็ให้รีบทำเสีย อย่าชักช้า</p>
<p><strong>จากหนังสือของหลวงพ่อปัญญานันทะ</strong></p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.deepsnows.com/thought/auspices.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
